เมื่อเอ่ยถึงสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด หลายๆคนก็คงจะจำความยิ่งใหญ่ของ เจ้าของฉายา ยูงทอง ได้เป็นอย่างดี โดยในอดีตนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ถือได้ว่าเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเป็นสโมสรใหญ่แห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อีกทั้ง ยังเคยคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายของดิวิชั่นหนึ่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น พรีเมียร์ลีก อีกด้วย เชื่อแน่ว่า ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งยังเป็นแฟนของลีดส์ ยูไนเต็ดอย่างเหนียวแน่น แม้ว่า ปัจจุบันสโมสรอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิมแล้ว

             ลีดส์ ยูไนเต็ด ประสบปัญหาทางการเงินเป็นอย่างมาก ทำให้ในขณะนั้น ต้องขายนักเตะที่มีชื่อเสียงของทีมออกเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น อลัน สมิธ, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, เอียน ฮาร์ท, อารอน เลนนอน ส่งผลให้ในฤดูกาลต่อมา ทีมต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในที่สุด และสุดท้ายก็ตกอยู่ในสภาพล้มละลาย และตกชั้นไปเล่นในลีกวัน แต่ภายหลังจากการเปลี่ยนเจ้าของสโมสรแล้ว ทีมก็ได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และสามารถกลับขึ้นมาเล่นในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพได้ แต่ก็ยังไม่สามารถกลับมาโลดแล่นยังพรีเมียร์ลีกได้

            หลังจากที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด สามารถกลับมาเล่นในลีกแชมป์เปี้ยนชิพได้แล้ว เชื่อแน่ว่า แฟนบอลไทยรุ่นเก่าๆหลายคนคงจะพยายามเอาใจช่วยให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาเล่นยังพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่ดูจากสถานการณ์ที่แข่งขันกันเป็นอย่างมากแล้ว โอกาสของลีดส์ ยูไนเต็ด ช่วงนี้ดูท่าจะยาก แต่ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะเห็นทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับคืนสถานะสู่ความยิ่งใหญ่ เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นยังพรีเมียร์ลีก ก็เป็นได้นะครับ เพราะ ฟุตบอลอังกฤษแต่ละทีม มีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

           หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามโลกออนไลน์อยู่เป็นประจำแล้ว จะพบว่า กระทู้ที่เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของลิเวอร์พูล จะปรากฏเป็นจำนวนมาก ทำให้ดูคล้ายกับว่าฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลสุดยอด แบบกำลังลุ้นแชมป์อยู่หัวตาราง และหลายคนมีความเห็นว่า ลิเวอร์พูล ในยุคของเจอร์เก้น คลอปป์ ใครจะหยุดอยู่ ทั้งๆที่เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ทีมของคลอปป์เพิ่งจะประสบความพ่ายแพ้นัดแรกที่คลอปป์คุมทีมไปแล้ว

            แม้ว่า การเข้ามาของเจอร์เก้น คลอปป์ จะทำให้เกมรุกของลิเวอร์พูล รวมไปถึงการเล่นของทีมเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาก แต่เราต้องอย่าลืมว่า หากเปรียบกับการทำอาหาร คลอปป์อาจจะเป็นเชฟมือดี ที่ทำอาหารได้อร่อย มีความสามารถในการยกระดับรสชาติอาหารด้วยการใช้วัตถุดิบธรรมดา แต่เราก็ต้องเข้าใจว่า เชฟที่จะทำอาหารรสเลิศขึ้นมาได้ ก็ต้องมีวัตถุดิบชั้นเลิศเช่นเดียวกัน ขณะที่ในทีมลิเวอร์พูลตอนนี้ กลับประกอบไปด้วยนักเตะที่ใช้ไม่ได้ ในยุคที่ตาหวาน ซื้อตัวมา

            เพราะฉะนั้นแล้ว อย่างเก่งที่คลอปป์ทำได้ ก็คือ ทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีขึ้น เท่านั้น แต่การจะเป็นอาหารรสเลิศ คงจะเป็นไปได้ การเล่นได้ดีเพียงไม่กี่นัด อาจทำให้แฟนบอลเกิดความคาดหวังที่มากจนเกินไป และอาจจะผิดหวังในนัดต่อๆไปได้ หากว่าอยากให้ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีมากกว่านี้ เราก็คงต้องดูว่า ช่วงเปิดตลาดนักเตะ คลอปป์จะหานักเตะคนไหนมาเสริมบ้าง เพราะ ด้วยชื่อเสียงเก่าๆของลิเวอร์พูลและคลอปป์รวมกันแล้ว น่าจะดึงดูดนักเตะฝีเท้าดีเข้าทีมได้ไม่ยากเท่าใดนัก

               ต้องบอกว่า ในปีนี้ถือว่าเป็นปีทองสำหรับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เลยก็ว่าได้ เมื่อเปิดฤดูกาลมา จากทีมที่ต้องคอยหนีตกชั้น กลายมาเป็นทีมนำของตาราง และคู่หูกองหน้ายังสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังแพ้ไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น ด้วยการที่เป็นสโมสรที่มีเจ้าของเป็นคนไทย จึงทำให้แฟนบอลชาวไทยให้ความสนใจกับทีมนี้เป็นพิเศษ เมื่อผลงานทำออกมาได้ดีขนาดนี้ หลายคนจึงเกิดคำถามว่า เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสลุ้นแชมป์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราก็ตอบได้เลยว่า ยังต้องดูกันไปอีกยาวครับ เพราะเกมเพิ่งเริ่มไปสิบกว่านัดเท่านั้น ยังไม่ถึงครึ่งเลย

            แนวโน้มที่จะคอยบอกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะสามารถไปได้ไกลแค่ไหน อยู่ที่เกมการแข่งขันช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมปีหน้า เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว คิดเตะจะถี่มาก ทีมไหนที่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นให้คงเส้นคงวาในช่วงนี้ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะสร้างผลงานได้ดี ซึ่งสำหรับเลสเตอร์ ซิตี้เอง เราต้องบอกว่า น่าเป็นห่วงครับ เพราะนอกจากโค้ชที่ยอดเยี่ยมแล้ว เลสเตอร์ฯมีเพียงนักเตะไม่กี่คนที่คอยพยุงทีมไว้เท่านั้น หากว่านักเตะเหล่านี้เจ็บแน่นอนว่า ผลงานตกลงแบบไม่ต้องลุ้น

ทั้งนี้ก็เพราะว่า ความห่างชั้น ระหว่างตัวจริงและตัวสำรอง ห่างชั้นกันมากนั่นเอง การที่ไม่มีนักเตะที่ฝีมือเท่าเทียมกันมาทดแทน จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับการผ่านพ้นช่วงเดือนธันวาคมและมกราคมอย่างแน่นอน ซึ่งถ้า ผ่านช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว เลสเตอร์ฯยังอยู่ในลำดับบนๆของตาราง เราอาจจะพอบอกได้ว่า เลสเตอร์ฯยังมีโอกาสลุ้นแชมป์อยู่แน่นอน

               เมื่อเกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผ่านไปในช่วงต้นแล้ว ปรากฏว่า ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่แทบไม่มีนักเตะซุปเปอร์สตาร์เลย กลับกลายมาเป็นจ่าฝูงของตาราง แต่ทีมเชลซี ที่ประกอบไปด้วยซุปเปอร์สตาร์คับคั่ง กลับกลายเป็นทีมท้ายตาราง เรียกได้ว่าสร้างความแปลกใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก เพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ต้องบอกว่า ในช่วงนี้เอง เลสเตอร์อยู่ในโซนท้ายตาราง แต่เชลซีอยู่บนหัวตาราง ผ่านไปไม่ถึงปี อันดับกลับมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

            สโมสรเลสเตอร์เอง ไม่ได้เป็นทีมเงินถุงเงินถังเหมือนกับเชลซี การสร้างผลงานที่ดี จึงเกิดมาจากนักเตะในทีมและการวางแผนของโค้ชล้วนๆ แบบไม่ต้องอาศัยซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่สร้างซุปเปอร์สตาร์ในทีมขึ้นเอง โดยเฉพาะคู่หัวหอกอย่าง วาร์ดี้และมาร์เรซ ซึ่งค่าตัวรวมกันยังไม่ถึงครึ่งของดีเอโก้ คอสต้า แต่ ทั้งสองยิงรวมกันมากกว่าคอสต้ายิงหลายเท่านัก เรียกได้ว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเลสเตอร์มากในอนาคตหากขายทั้งสองคนไป ก็คงทำกำไรได้มหาศาล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอันดับของเลสเตอร์และเชลซี หลายคนมองว่าอาจจะสับกัน แต่ก็ต้องบอกว่า เกิดจากการทำผลงานที่เหนือความคาดหมายของทั้งคู่ เพียงแต่ว่า เชลซีมีผลงานต่ำกว่ามาตรฐานเท่านั้นเอง ประกอบกับเลสเตอร์มีผลงานที่เกินมาตรฐานมาก แต่ก็เชื่อแน่ว่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ก็ต้องดูไปยาวๆ คงไม่สามารถตัดสินกันได้เพีงแค่การแข่งขันสิบกว่านัดเท่านั้น เราก็หวังว่า ทั้งเลสเตอร์และเชลซีจะสร้างผลงานที่ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะมีคนบอกว่าสลับตำแหน่งกัน แต่เป็นการขึ้นมาแข่งกันแย่งจ่าฝูงแทน คงจะดีกว่าแน่

              ต้องเรียกได้ว่า ช่วงนี้แฟนบอลเชลซี หายใจกันไม่ทั่วท้องทีเดียว เพราะต้องมาลุ้นการแข่งทีละนัด ว่าสโมสรรักของตนเองจะมีผลงานที่กระเตื้องขึ้นหรือไม่ หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา ทั้งๆที่ในทีมมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์คับคั่ง กุนซือก็เป็นยอดกุนซือระดับโลก แต่ผลงานที่ออกมา แค่ใช้คำว่าน่าผิดหวังยังน้อยเกินไป ต้องบอกว่า ทั้งผู้จัดการและนักเตะ ทำผลงานได้ไม่สมกับค่าจ้างที่จ่ายไปในแต่ละสัปดาห์เลย ในฤดูกาลนี้แม้ว่ายังเหลือการแข่งขันอีกหลายสิบนัด แต่คำว่าลุ้นแชมป์คงจะเป็นเรื่องยาก แต่การลุ้นหนีตกชั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า

             หลายๆคนอาจจะมองว่า ทีมเชลซีอย่างไรก็ไม่มีทางตกชั้นแน่ แต่สำหรับผมแล้ว มองว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ เพราะก่อนเริ่มพรีเมียร์ลีก ใครจะคิดว่าเชลซีจะมาจมอยู่ท้ายตาราง และเลสเตอร์ ซิตี จะกลายไปเป็นทีมนำของตาราง เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้แล้ว โอกาสตกชั้นจึงเปิดกว้างสำหรับเชลซีเป็นอย่างมาก หากไม่สามารถทำผลงานได้ดีกว่าในปัจจุบัน เนื่องจาก ฟอร์มในตอนนี้ไม่ใช่ว่า เล่นดีแล้วแพ้ แต่มันคือเล่นไม่ดีและแพ้ต่างหาก

            ณ ปัจจุบัน เชลซี ถือว่ากลายเป็นทีมที่แข่งกันทีมไหนก็สูสี มีโอกาสทั้งแพ้ ชนะ เสมอ ได้พอๆกัน เราก็คงต้องมาดูต่อไปว่า มูริญโญ่ จะต้องปรับทีมในส่วนไหน หรือว่าจะปรับตนเองออกจากทีมไป อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็เป็นไปได้ เพราะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ที่นักเตะระดับโลกภายในทีมเชลซี นัดกันฟอร์มห่วยขนาดนี้ หรือ อาจจะมีปัญหากันภายในทีม ที่บรรดาแฟนบอลอย่างเราๆไม่รู้ก็เป็นได้